ประวัติเจ้าเสือข่านฟ้า

เจ้าเสือข่านฟ้า

ผศ. ดร. สมหวัง อินทร์ไชย

ผู้เรียบเรียง

 

ประวัติศาสตร์ความเป็นมา

   เจ้าเสือข่านฟ้า (ภาษาไทใหญ่ : เจาเสอข่านฟ่า  ภาษาไทใต้คง เจาเสอข่านฟ่า) หรือเจ้าหลวงเสือข่านฟ้า ทรงเป็นวีระบุรุษที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทใหญ่เพราะทรงรวบรวมรัฐไทใหญ่ต่างๆที่เป็นอิสระต่อกันให้มาเป็นอาณาจักรเดียวกันภายใต้ชื่ออาณาจักรเมืองมาวหลวง ในรัชสมัยนี้อาณาจักรเมืองมาวหลวงมีอำนาจเกรียงไกรและเจริญรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์ไทใหญ่

   ตามพงศาวดารฝ่ายไตยกล่าวว่า มีเมืองเล็กที่เป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรหมอกขาวมาวหลวง เจ้าฟ้าผู้ปกครองนามว่าเจ้าหลวงขุนผางคำ เจ้าหลวงไม่มีพระโอรสจึงให้มเหสีและพระสนมบวงสรวงเทพเทวดา เพื่อประทานพระโอรส ครั้นตกกลางดึกได้มีเทพเทวดามาหานางอ่อนซึ่งเป็นสนมถึงในห้องนอน อยู่มาไม่นานนางอ่อนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เจ้าหลวงจึงหวาดระแวงสงสัยว่านางจะลักลอบมีชู้ เมื่อความคลางแคลงใจเพิ่มมากขึ้นจนทนไม่ไหว เจ้าหลวงขุนผางคำจึงขับไล่ให้นางออกจากวัง และยังมีพระราชโองการให้นางต้องเลี้ยงชีพด้วยการขอทาน นางอ่อนเร่ร่อนพเนจรไปจนถึงบ้านกายบ่อเชิงเขาดอยดาว นางได้คลอดลูกแฝดสามคน คือ

  1. ขุนอ้ายงำเมือง
  2. ขุนยี่ข่างคำ (เสือข่านฟ้า)
  3. ขุนสามหลวงฟ้า

   ต่อมาไม่นาน ขุนอ้ายงำเมืองวาสนาน้อย มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็มาเสียชีวิตทิ้งสองทั้งสอง ต่อมาแฝดสองพี่น้องเจริญวัยได้ 15 – 16 ขวบปี เทวดาพระเสื้อเมืองก็ได้มาเข้าฝันบอกให้ไปขุดเอาจุ้ม (ตราแผ่นดิน) ที่บริเวณหัวไร่ใกล้ที่อยู่ ครั้นได้ตราแผ่นดินมาเก็บไว้ไม่นานพระมเหสีของเจ้าหลวงขุนผางคำ คือ นางอี่คำแดงก็สิ้นพระชนม์ลง เมื่อเมืองไร้ซึ่งพระมเหสีและไม่มีรัชทายาทสืบราชบัลลังก์ พวกขุนนางจึงประชุมตกลงกันแก้ปัญหาด้วยการเชิญสองพระโอรสจากบ้านป่ามาครองเมือง

   ส่วนพระนาม “เสือข่านฟ้า” ที่เจ้ายี่ช่างคำได้มานั้น มีเรื่องเล่าว่า มีครั้งหนึ่ง เจ้ายี่ขางคำอยู่ในป่าเคยถูกเสือตะปบจะคร่าชีวิตเพื่อเป็นเหยื่อ แต่ด้วยบุญญาธิการจึงแคล้วคลาดจากการเสือถูกเสือทำร้าย ได้แต่เพียงข่วนข้างหลังเป็นรอยแค่ผิวหนัง จากเหตุการณ์นี้ หลังจากที่พระราชบิดาสวรรคตแล้ว เสนาอำมาตย์ได้ยกขุนยี่ข่างคำเป็นเจ้าฟ้าปกครองเมืองมาว ต่อมา โดยเริ่มขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 1854 เมื่อพระชนมายุได้ 21 ปี เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วก็มีการเฉลิมพระนามว่า “เจ้าเสือข่านฟ้า” (คำว่า “ข่วน” ในภาษาไทใหญ่ ใช้คำว่า “ข่าน”) และทรงสร้างเมืองใหม่ชื่อว่าเมืองแจ้ไฮ่ และในอีก 2 ปีต่อมาก็ทรงย้ายไปสร้างเวียงแจ้ล้านอีก เพราะเป็นพื้นที่ ชัยภูมิทางยุทธศาสตร์

   หลังจากที่ได้ทรงย้ายเมืองหลวงแล้ว พระองค์จึงดำริที่จะรวบรวมรัฐชนเผ่าไทใหญ่ ซึ่งตั้งเมืองอยู่กระจัดกระจายกันไปในพื้นที่ต่างๆ โดยไม่ขึ้นตรงต่อกัน ให้มาเป็นรัฐเดียวกัน ดังนั้น พระองค์จึงทรงเริ่มออกศึก เพื่อรวบรวมรัฐไทใหญ่ให้เป็นเอกภาพ เจ้าเสือข่านฟ้า ทรงทำให้รัฐไทยใหญ่ต่างๆ เข้ามารวมเป็นอาณาจักรเดียวกันที่มีอาณาเขตกว้างขวางและเจริญรุ่งเรืองมาก จากการทำสงครามครั้งใหญ่ 6 ครั้ง

ครั้งที่ 1 ยึดอาณาจักรแสนหวี เมืองแสนแจ้ 

ครั้งที่ 2 ยึดเมืองจุนโกเมืองมีดเมืองเชียงดาว 

ครั้งที่ 3 พ.ศ. 1860 เจ้าเสือข่านฟ้า นำทัพไปโจมตีเมืองหัวเมืองแข่ซึ่งขึ้นกับอาณาจักรจีนได้มาสี่เมือง

ครั้งที่ 4 ตีหัวเมืองไตทางตะวันออกได้เชียงรุ่งเชียงแสนเชียงรายเชียงตุงลำพูนและละกอน (ลำปาง)

ครั้งที่ 5 พ.ศ. 1862 เจ้าเสือข่านฟ้ามุ่งหน้าไปตีเมืองเวลาสี (แคว้นอัสสัมประเทศอินเดีย) 

ครั้งที่ 6 เจ้าเสือข่านฟ้าให้พระโอรส คือ เจ้าใจเปี่ยมฟ้า ยกทัพไปตีเมืองตะโก้งสะแคง (สะกาย) และเมืองอื่นๆ จนกระทั่งยึดพม่าได้ทั้งหมดในปี พ.ศ. 1905

พระองค์ได้ทรงย้ายไปสร้างเมืองใหม่ที่ทุ่งปางหมากอู๋ เรียกว่าเวียงท่าสบอู๋ และทรงสิ้นพระชนม์ที่นั่นในปี พ.ศ. 1907

อ้างอิง

https://th.wikipedia.org/wiki/  (สืบค้นเมื่อ วันที่ 11 มิถุนายน 2562)

https://www.thairath.co.th/content/ (สืบค้นเมื่อ วันที่ 11 มิถุนายน 2562)

https://www.facebook.com/ (สืบค้นเมื่อ วันที่ 11 มิถุนายน 2562)

สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ –> ประวัติเจ้าเสือข่านฟ้า

You may also like...